ในยุคที่
‘ข้อมูล’ คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ การเลือกอุปกรณ์ Server Storage ที่เสถียรและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควิกเซิร์ฟ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มอบโซลูชัน Storage Server ประสิทธิภาพสูงเพื่อการจัดเก็บและสำรองข้อมูลสำหรับองค์กรทุกขนาด เรามีคลังสินค้าขนาดใหญ่พร้อมส่งมอบทันทีแบบ Zero Lead Time ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการข้อมูลส่วนกลาง พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับระบบไอทีเดิมขององค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ
Storage คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ ?
Storage คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูล โปรแกรมคำสั่งและสารสนเทศต่าง ๆ ไว้อย่างถาวร หรือที่เรียกว่าหน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage) เพื่อให้องค์กรสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในอนาคต หากมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก ก็สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลให้มากขึ้นได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
ปัจจุบันความต้องการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้เหมาะกับงบประหยัดและวัตถุประสงค์ขององค์กร
Cloud Storage
บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานส่วนบุคคล หรือทีมขนาดเล็ก ผ่านผู้ให้บริการอย่าง Google Drive, OneDrive และ Dropbox โดยระบบจะซิงค์ไฟล์งานขึ้นไปฝากไว้บนออนไลน์ ทำให้สามารถเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลผ่านแล็ปท็อป หรือสมาร์ตโฟนได้จากทุกที่ทุกเวลา ข้อดีคือความสะดวกสบายที่ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องฮาร์ดแวร์มาติดตั้งเองและปรับเพิ่มพื้นที่ได้ทันทีเมื่อข้อมูลเต็ม แต่หากองค์กรมีข้อมูลปริมาณมหาศาลและต้องการความปลอดภัยสูงสุด การเลือกใช้ระบบภายในจะคุ้มค่าและตอบโจทย์ได้มากกว่าในระยะยาว
Storage Server
ระบบจัดเก็บข้อมูลภายในองค์กรที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล ความเสถียรสูง หากพื้นที่เพียงเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ก็สามารถทำการเชื่อมต่อไปยัง External Hard Disk ได้ ข้อที่ดีที่สุดของ Storage Server คือความสะดวกสบายในการใช้งาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ผู้ดูแลระบบสามารถดูแลระบบได้อย่างง่ายดายเหมือนดูแล Server ทั่วไป ซึ่งนอกเหนือจากความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลแล้ว หน้าที่สำคัญอีกอย่างของ Storage Server คือการทำระบบ Backup หรือการสำรองข้อมูล ซึ่งจะถูกใช้ในตอนที่องค์กรต้องการป้องกันข้อมูลสูญหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น พนักงานเผลอลบไฟล์สำคัญ อุปกรณ์ฮาร์ดดิสก์พังเสียหาย หรือโดนไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) แต่ในกรณีของระบบองค์กรขนาดใหญ่ที่ระบบห้ามล่มเลยแม้แต่ฟังก์ชันเดียว แค่การ Backup อาจยังไม่พอ ยังมีการ Replication หรือการทำสำเนาเรียลไทม์ ซึ่งจะทำหน้าที่โคลนนิ่งข้อมูลจาก Storage เครื่องหลัก ไปยังเครื่องสำรองแบบวินาทีต่อวินาที ในกรณีที่หากระบบหลักเกิดความขัดข้อง หรือชำรุด เครื่องสำรองจะสลับขึ้นมาทำงานแทนทันที ระบบของบริษัทจึงวิ่งต่อได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่สะดุด
เปรียบเทียบประเภท อุปกรณ์ Server Storage ยอดนิยมสำหรับองค์กร
ก่อนจะเลือกสั่งซื้อ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจก่อนว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลระดับเครือข่ายองค์กรมีโครงสร้างระบบ 2 แบบหลักที่มีลักษณะการทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน
-
NAS (Network-Attached Storage) : อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย (LAN) ขององค์กรโดยตรง ทำหน้าที่เหมือนไดรฟ์ส่วนกลางที่ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในออฟฟิศสามารถเข้ามาแชร์ไฟล์ เปิดเอกสาร หรือสำรองข้อมูลร่วมกันได้อย่างสะดวกสบาย
-
SAN (Storage Area Network) : ระบบเครือข่ายความเร็วสูงระดับสูง (Dedicated High-Speed Network) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์หลายตัวเข้ากับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลโดยเฉพาะ โดยดึงข้อมูลเป็นระดับบล็อก (Block-level) ทำให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลมหาศาล เสถียรภาพสูง ปลอดภัยจากการล่มของระบบเครือข่ายทั่วไป
ซื้อ Storage ราคาพิเศษ อุ่นใจกว่าด้วยบริการดูแลหลังการขายแบบ On-Site Service
การลงทุนเลือกซื้ออุปกรณ์ Server Storage ให้คุ้มค่าและไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ ต้องมาพร้อมระบบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว เพราะข้อมูลองค์กรเป็นสิ่งที่ต้องเข้าถึงได้ตลอดเวลา ที่ควิกเซิร์ฟ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เรามีบริการ On-Site Service คอยดูแลถึงที่ เมื่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีปัญหาหรือระบบติดขัด ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมเดินทางเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ถึงหน้างานทันที ช่วยให้ธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและลดโอกาสการเกิด Downtime ให้เหลือน้อยที่สุด โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงถอด หรือยกเครื่องไปเคลมเองให้วุ่นวาย
หากต้องการสั่งซื้อ NAS Storage ราคาคุ้มค่า หรืออยากเปรียบเทียบสเปก SAN Storage ในราคาล่าสุดสำหรับองค์กร สามารถติดต่อควิกเซิร์ฟ เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้ฟรี ทีมงานของเราจะช่วยประเมิน การทำงานและงบประมาณ เพื่อแนะนำอุปกรณ์ Server Storage ที่เหมาะสมกับธุรกิจ พร้อมออกใบเสนอราคาให้ทันที
ติดต่อควิกเซิร์ฟได้เลยที่ LINE: @quickserv หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่าน Chatbot “น้องคิว” บนเว็บไซต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุปกรณ์ Server Storage (FAQs)
Q : หากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Storage Server เต็ม สามารถอัปเกรด หรือแก้ไขอย่างไรได้บ้าง ?
A : หากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Storage Server เริ่มไม่เพียงพอ จะสามารถเลือกแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มจำนวน Hard Disk เช่น SSD เข้าไปในช่อง Bay ที่ยังว่างอยู่ของตัวเครื่อง หรือใช้วิธีเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก เช่น External Storage หรือ Expansion Unit รวมถึงการโอนย้ายข้อมูลเก่าที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยไปสำรองไว้บน Cloud Storage เพื่อคืนพื้นที่ให้ระบบส่วนกลาง
Q : ระหว่าง NAS Storage และ SAN Storage ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ควรเลือกใช้แบบไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด ?
A : สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ที่เน้นการทำงานร่วมกัน แชร์ไฟล์เอกสาร และต้องการ NAS Storage ในราคาที่เข้าถึงง่าย การเลือกใช้ NAS จะคุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุด เนื่องจากติดตั้งง่ายและไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับสูง ต่างจาก SAN Storage ที่มีราคาสูงกว่า เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลระดับสูงสุดเพื่อเชื่อมต่อกับ Database หรือ Virtualization Server หลายตัว
Q : การทำ Backup กับการทำ Replication บนระบบ Storage Server ต่างกันอย่างไร จำเป็นต้องทำทั้งคู่ไหม ?
A : ทั้งสองระบบทำหน้าที่ต่างกันเพื่อปกป้องข้อมูลองค์กร โดยสรุปความแตกต่างได้ดังนี้
-
Backup (สำรองข้อมูล) คือการคัดลอกข้อมูลเก็บแยกไว้เป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นวัน จุดเด่นคือสามารถย้อนเวลากู้ข้อมูลเก่าได้ เหมาะสำหรับแก้ปัญหาไฟล์หาย ไฟล์เสีย หรือโดน Ransomware โจมตี
-
Replication (จำลองข้อมูล) คือการคัดลอกข้อมูลไปซิงค์กับอีกเครื่องแบบเรียลไทม์ จุดเด่นคือเน้นความต่อเนื่องของธุรกิจ หากเครื่องหลักล่ม เครื่องสำรองจะสลับขึ้นมาทำงานแทนได้ทันทีโดยข้อมูลไม่สูญหาย
โดยแนะนำให้ใช้งาน Backup และ Replication ควบคู่กัน โดย Replication จะช่วยลด Downtime และเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ ส่วน Backup ช่วยให้สามารถกู้คืนข้อมูลย้อนหลังได้เมื่อเกิดความเสียหาย การใช้งานทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกันจะช่วยปกป้องข้อมูลและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q : บริการ On-Site Service สำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ ?
A : เนื่องจากข้อมูลคือหัวใจสำคัญ หากระบบจัดเก็บข้อมูลขัดข้องอาจทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก (Downtime) บริการ On-Site Service จากผู้เชี่ยวชาญจึงสำคัญมาก เพราะทีมวิศวกรจะเดินทางเข้าไปแก้ไขปัญหาและเปลี่ยนอะไหล่ให้ถึงหน้างานทันที ทำให้องค์กรไม่ต้องเสี่ยงถอดอุปกรณ์หรือยกเครื่องออกมาเคลมเอง ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลภายในเกิดความเสียหายเพิ่มเติมระหว่างการขนส่ง