Please wait...
Share Mail
สวัสดีค่ะคุณ
คุณ ได้แนะนำสินค้าจาก www.quickserv.co.th ให้แก่คุณ
หมวดสินค้า
ยี่ห้อ
ชื่อ
ลิ้งค์

ทำไมต้องใช้ UPS
 

เพราะความไม่แน่นอนของกระแสไฟฟ้าที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้  แหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ไอทีต่างๆในปัจจุบัน  จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แหล่งพลังงานไฟฟ้าต้องมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง  แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่แหล่งพลังงานไฟฟ้าจะมีเสถียรภาพต่อเนื่องเสมอไป  ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาทั้งนี้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสถานที่ใช้งาน
 

UPS (Uninterruptible Power Supply) ก็คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สามารถทำการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างต่อเนื่อง  แม้ในเวลาที่เกิดไฟฟ้าดับหรือเกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าผันผวนผิดปกติ  โดย UPS จะทำการปรับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ไฟ้าฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
 

ชนิดของ UPS สามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้


๑.) Offline UPS หรือ Standby UPS จะใช้ไฟตรงจากเต้าไฟฟ้า เมื่อมีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ระบบจะ Switch ไปใช้ไฟฟ้าจาก Battery
 

ข้อดี : ราคาถูก ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา, ออกแบบง่าย ไม่ซับซ้อน, สามารถป้องกันปัญหาไฟดับได้เพียงอย่างเดียว และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และ UPS สั้น
ข้อเสีย : ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางไฟฟ้า เช่น ไฟตก - ไฟเกินได้ และเมื่อมีความผิดปกติทางไฟฟ้าผ่านเข้าไปยัง UPS จะผ่านไปให้กับ Load ทันที ทำให้ Load เสียหายได้

๒.) Line Interactive UPS with Stabilizer หรือ Online Protection UPS  รุ่นนี้จะเพิ่มวงจรของระบบ Stabilzer เพื่อทำให้กระแสไฟนิ่งมากขึ้น ทนต่อไฟกระชาก หรือไฟตก และหากเกิดไฟดับขึ้นก็จะสลับไปใช้ไฟจาก Battery ด้วยวงจรที่ค่อนข้างเร็ว

ข้อดี : มีระบบปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ (Stabilizer / AVR) เพื่อป้องกันปัญหาไฟเกินและไฟตก และราคาเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา
ข้อเสีย : ไม่สามารถแก้ปัญหาความผิดพลาดทางด้านความถี่ได้ และไม่เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่มีความไวต่อคุณภาพของกระแสไฟฟ้ามากๆ เช่น เครื่องมือแพทย์/เครื่องจักร

๓.)True On-line UPS คือ ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับอุปกรณ์จะมาจาก Battery โดยตรง เรียกได้ว่า ไฟตก กระชาก ดับ ไม่มีผลต่อ UPS และอุปกรณ์ที่ต่อกับมันเลยแม้แต่น้อย

ข้อดี : สามารถแก้ปัญหาทางไฟฟ้าได้ทุกกรณี และมีความเชื่อถือได้สูง, อุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) จะได้รับพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดชะงัก, สามารถผลิต UPS ได้ทุกขนาด และสามารถตรวจเช็คเครื่อง UPS ได้โดยไม่ต้องปิดอุปกรณ์ต่อพ่วง (Load)
ข้อเสีย : การออกแบบยุ่งยาก และซับซ้อนมาก, มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก และมีราคาที่สูง

 

หน้าที่หลัก UPS

 
ป้องกันความเสียหายที่สามารถเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อ)อันมีสาเหตุจากความผิดปกติของพลังงานไฟฟ้า เช่น ไฟตก,ไฟดับ,ไฟกระชาก และไฟเกิน เป็นต้น รวมถึงมีหน้าที่ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองจากแบตเตอรี่ให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเกิดปัญหาทางไฟฟ้า

 

การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS)

 
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ การเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งมีขั้นตอนการคำนวณดังต่อไปนี้
๑. เลือกอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องการป้องกันด้วยเครื่องสำรองไฟฟ้า
๒.ดูรายละเอียดว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้กำลังไฟฟ้าเท่าไหร่ (ดูที่ฉลากหลังเครื่อง หรือคู่มือ) 
๓.ค่ากำลังไฟฟ้าของแต่ละอุปกรณ์จะต้องเปลี่ยนเป็น โวลต์-แอมป์  เพื่อทำให้สามารถรวมเข้าเป็นหน่วยเดียวกัน
๔.เมื่อได้ค่ากำลังไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโวลต์-แอมป์ คุณก็สามารถเลือกขนาดเครื่องสำรองไฟได้ โดยดูได้จากขนาดVA ที่ตัวเครื่อง UPS โดยปกติจะสำรองไฟได้ประมาณ 5 นาที หากต้องการให้ระยะเวลาสำรองนานขึ้น ทำได้โดย เลือกเครื่องสำรองไฟฟ้าที่มีขนาด VA ใหญ่ขึ้นและเลือกเครื่องสำรองไฟฟ้าที่สามารถต่อแบตเตอรี่เพิ่มเติมได้ภายนอก
 

 

ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์