ข้อมูลและ Application ขององค์กรมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบสำคัญอย่าง Database, ERP, Virtual Machine และ Private Cloud ต้องการ Storage ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว มีความพร้อมใช้งานสูง และสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ การเลือก Storage จึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะความจุ แต่ต้องคำนึงถึง Performance, Data Efficiency, Availability, Cyber Resilience และความง่ายในการบริหารจัดการร่วมกัน

QuickServ ในฐานะ IBM Silver Partner ได้เข้าร่วมงาน IBM Tech Day 2026: Bob in Action พร้อมนำเสนอ Solution ด้าน Enterprise Storage ผ่าน IBM Storage FlashSystem 5600 และ IBM FlashSystem.ai ภายใต้แนวคิด Agentic Storage Management ซึ่งช่วยให้องค์กรเปลี่ยนการดูแล Storage จากการรอแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การวิเคราะห์สถานะ คาดการณ์ความเสี่ยง และวางแผนดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น
แม้หัวข้อหลักของงานจะกล่าวถึง Agentic AI และ IBM Bob สำหรับ Software Development แต่ Solution ที่ QuickServ นำเสนอภายใน Technology Showcase มุ่งไปที่การยกระดับ Data Infrastructure ให้พร้อมรองรับ Application และ Workload ขององค์กรตั้งแต่ระบบเดิมไปจนถึงระบบที่กำลัง Modernize
ภายในบูธของ QuickServ มีการนำเสนอแนวคิด Agentic Storage Management with IBM FlashSystem.ai เพื่อแสดงให้เห็นว่า AI สามารถเข้ามาช่วยงาน Storage Operations ได้มากกว่าการแสดง Dashboard หรือแจ้งเตือนเมื่อระบบเกิดปัญหา

FlashSystem.ai สามารถใช้ข้อมูลจากสภาพแวดล้อม Storage มาช่วยตอบคำถาม วิเคราะห์ Workload ตรวจสอบ Configuration และสนับสนุนงานบริหารจัดการที่ระบบรองรับด้วยภาษาธรรมชาติ ช่วยให้ Storage Administrator เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้รวดเร็วขึ้น และสามารถประเมินแนวทางดำเนินการก่อนที่ปัญหาด้าน Capacity, Performance หรือ Availability จะกระทบต่อ Application แนวทางนี้เหมาะกับองค์กรที่มีระบบหลายชุด หรือมีทีม IT จำนวนจำกัด เพราะช่วยลดเวลาที่ใช้ค้นหาข้อมูลจากหลายหน้าจอ พร้อมทำให้การวิเคราะห์สถานะของ Storage เป็นระบบมากขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยังควรผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้ดูแล
งาน IBM Tech Day 2026 เริ่มด้วย Welcome & Opening Remarks ในหัวข้อ Modernize the SDLC with Agentic AI โดย Anothai Wettayakorn, Managing Director, IBM Thailand ซึ่งกล่าวถึงทิศทางการนำ Agentic AI มาช่วยยกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กร

เนื้อหาภายในงานครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านจาก AI Tools ไปสู่ AI Development Systems การนำ AI มาใช้ตลอดวงจร Software Development Lifecycle หรือ SDLC การ Modernize Legacy Systems การเพิ่ม Automation ใน IT Operations รวมถึง Security, Governance และการเชื่อม AI เข้ากับ Hybrid Cloud นอกจาก Session และ Live Demo แล้ว ภายในงานยังมี Experience Technology Showcase เพื่อให้องค์กรได้เห็น Solution ที่เกี่ยวข้องกับ AI, Automation และ Infrastructure ในการใช้งานจริง โดย QuickServ ได้นำ IBM FlashSystem.ai มาสาธิตในมุมของ Agentic Storage Management

IBM Storage FlashSystem 5600 เป็น NVMe All-flash Storage ระดับ Entry สำหรับองค์กร ออกแบบมาสำหรับ Mixed Workloads ที่ต้องการทั้ง Performance, Data Efficiency, Availability และ Cyber Resilience ภายในระบบขนาดเพียง 1U
FlashSystem 5600 รองรับ NVMe Flash Device จำนวน 12 ช่อง พร้อมองค์ประกอบแบบ Redundant เพื่อลด Single Point of Failure เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นใช้ Enterprise Storage หรือปรับปรุงระบบเดิมให้มีประสิทธิภาพและบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น โดยยังสามารถวางแผนขยายระบบในอนาคตได้

IBM ระบุว่า FlashSystem 5600 รองรับประสิทธิภาพสูงสุด 2.6 ล้าน IOPS สำหรับ 4K Read Hit และมี Bandwidth สูงสุด 30 GB/s ช่วยรองรับ Workload ที่มีการอ่านเขียนข้อมูลจำนวนมาก เช่น Database, ERP, Virtualization และระบบงานสำคัญขององค์กร ด้านการเชื่อมต่อรองรับ 25/10Gb iSCSI หรือ NVMe/TCP เป็นมาตรฐาน และสามารถเลือก 32/64Gb Fibre Channel รวมถึง 100/40Gb Ethernet ได้ตาม Configuration ทำให้องค์กรสามารถออกแบบให้เข้ากับ Network และ Server Infrastructure ที่มีอยู่ได้
FlashSystem 5600 รองรับเทคโนโลยี Data Reduction เช่น Compression, Deduplication และ Thin Provisioning เพื่อช่วยใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดย IBM ระบุความจุ Effective สูงสุดภายใน Enclosure ที่ 2.4 PBe ภายใต้สมมติฐาน Data Reduction 5:1 ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับชนิดข้อมูลและรูปแบบ Workload ของแต่ละองค์กร การประเมิน Capacity จึงควรพิจารณาทั้ง Usable Capacity, Effective Capacity, อัตราการเติบโตของข้อมูล และ Retention Policy เพื่อให้ Configuration ที่เลือกเหมาะกับการใช้งานจริงในระยะยาว
IBM FlashCore Module 5 ตรวจสอบรูปแบบ I/O อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับ Ransomware ตั้งแต่ระดับ Storage เมื่อทำงานร่วมกับ Snapshot, Replication, Safeguarded Copy และ Recovery Plan ที่เหมาะสม จะช่วยให้องค์กรเตรียมรับมือและกู้คืนระบบได้เป็นระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Cyber Resilience ไม่ควรพึ่ง Storage เพียงส่วนเดียว องค์กรยังต้องออกแบบ Backup, Security Monitoring, Access Control และ Incident Response ให้ทำงานร่วมกันตามระดับความสำคัญของข้อมูล
IBM FlashSystem.ai ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสื่อสารกับ Storage ด้วยภาษาธรรมชาติ และใช้ข้อมูลจาก IBM FlashSystem กับ IBM Storage Insights เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และงานบริหารจัดการที่ระบบรองรับ
Storage Administrator สามารถใช้คำถามภาษาธรรมชาติเพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น Configuration, Capacity, Performance และสถานะของระบบ แทนการค้นหาข้อมูลจากหลาย Menu หรือรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองทุกครั้ง ประโยชน์สำคัญคือช่วยลดเวลาในการตรวจสอบเบื้องต้น ทำให้ทีม IT มองเห็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาได้เร็วขึ้น และใช้ข้อมูลเหล่านั้นประกอบการตัดสินใจก่อนดำเนินการกับระบบจริง
FlashSystem.ai สามารถสนับสนุนงานบริหารจัดการบางประเภทที่ระบบรองรับ เช่น การสอบถาม Configuration หรือขั้นตอน Provisioning โดยองค์กรควรกำหนด Role, Service Account, ขอบเขตคำสั่ง และ Human Approval ให้เหมาะสม โดยเฉพาะ Action ที่อาจส่งผลต่อ Production แนวทางที่ปลอดภัยคือเริ่มใช้งานในลักษณะ Read-only และ Advisory ก่อน จากนั้นจึงพิจารณาเปิด Action เพิ่มเติมเมื่อองค์กรตรวจสอบ Workflow, Permission และ Audit Log เรียบร้อยแล้ว
FlashSystem.ai ทำงานผ่าน Container ที่องค์กรดูแลบน Kubernetes หรือ Red Hat OpenShift ภายในองค์กร และเชื่อมต่อกับ IBM FlashSystem และ IBM Storage Insights ผ่าน REST API และ WebSocket ตาม Architecture ที่ IBM กำหนด ก่อนติดตั้งจึงควรตรวจสอบ Version ของ IBM Storage Virtualize, Storage Insights, Kubernetes หรือ OpenShift รวมถึง Network, TLS Certificate และ Service Account ให้ตรงตามข้อกำหนดของระบบ
| Workload | แนวทางที่ FlashSystem ช่วยสนับสนุน |
|---|---|
| Database และ ERP | รองรับ IOPS และ Bandwidth สำหรับ Transaction พร้อมออกแบบ Availability ให้เหมาะกับระบบสำคัญ |
| Virtualization และ Private Cloud | รวม Storage สำหรับหลาย Virtual Machine และบริหาร Capacity ได้จากศูนย์กลาง |
| Application Modernization | รองรับ Application เดิมและ Application รุ่นใหม่บน Infrastructure เดียวกันตาม Protocol ที่เหมาะสม |
| Backup และ Cyber Recovery | ใช้ Snapshot, Replication และ Data Protection Policy เพื่อสนับสนุน Recovery Plan |
| Mixed Workloads | รองรับหลายระบบงานใน Storage ชุดเดียว พร้อมติดตาม Capacity และ Performance อย่างเป็นระบบ |
Configuration ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามจำนวน Server, รูปแบบ I/O, ขนาด Database, อัตราการเติบโตของข้อมูล, Recovery Objective และระบบ Network ที่องค์กรใช้งานอยู่ การเลือกจากความจุเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ได้ระบบที่ไม่สมดุลกับ Workload จริง
การนำ IBM FlashSystem มาใช้งานควรเริ่มจากการทำความเข้าใจ Workload และระบบเดิมขององค์กร QuickServ พร้อมช่วยประเมิน Requirement และออกแบบ Configuration ให้เหมาะกับทั้งประสิทธิภาพ งบประมาณ และแผนการเติบโตในอนาคต
ทีมงานสามารถช่วยพิจารณาจำนวน IOPS, Throughput, Latency, Usable Capacity, Data Growth และ Retention เพื่อเลือกรุ่น Drive และ Configuration ที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการเลือก Storage ต่ำกว่าความต้องการ หรือเผื่อสเปกสูงเกินความจำเป็น
QuickServ สามารถช่วยวางแนวทางเชื่อมต่อผ่าน Fibre Channel, iSCSI หรือ NVMe/TCP ให้สอดคล้องกับ Server, Switch และ Network ที่องค์กรมีอยู่ พร้อมพิจารณา Multipath, Redundancy, Replication และ Recovery ตามระดับความสำคัญของระบบ
สำหรับองค์กรที่สนใจ FlashSystem.ai ทีมงานสามารถช่วยตรวจสอบองค์ประกอบที่จำเป็น วางขอบเขตการเชื่อมต่อ และกำหนดแนวทางใช้งานให้เหมาะกับ Storage Operations โดยควรให้สิทธิ์ตามหน้าที่และคง Human Approval สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อระบบจริง
IBM Bob เข้ามาเสริม Solution ในชั้น Software Development และ SDLC โดยช่วยงานด้าน Planning, Coding, Testing, Documentation, Deployment และ Legacy Modernization ส่วน IBM FlashSystem รับหน้าที่เป็น Data Infrastructure สำหรับ Application, Database, Virtual Machine หรือ Container ที่พัฒนาหรือปรับปรุงขึ้น กล่าวได้ว่า Bob ช่วยทีมพัฒนาปรับปรุง Software ขณะที่ FlashSystem และ FlashSystem.ai ช่วยให้องค์กรมี Storage Infrastructure และกระบวนการบริหารข้อมูลที่พร้อมรองรับระบบดังกล่าว ทั้งสองส่วนจึงทำงานเสริมกันภายใต้เป้าหมาย Modernization เดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันโดยตรง

หากองค์กรต้องการให้ IBM Bob เรียกดูข้อมูลความพร้อมของ Storage หรือเชื่อมกับ Workflow ด้าน Infrastructure สามารถออกแบบ Custom Integration เพิ่มเติมได้ เนื่องจาก IBM Bob รองรับ Model Context Protocol หรือ MCP และ FlashSystem มี REST API สำหรับการเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการ
อย่างไรก็ตาม จากเอกสารสาธารณะของ IBM ที่ตรวจสอบในปัจจุบัน ยังไม่พบ Native Connector ระหว่าง IBM Bob กับ FlashSystem.ai ที่เปิดใช้งานได้ทันที การเชื่อมลักษณะนี้จึงควรเริ่มจาก Read-only Use Case และต้องกำหนด Role-based Access Control, Allowlist, Human Approval และ Audit Log อย่างรัดกุม
IBM Storage FlashSystem 5600 ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นใช้ NVMe All-flash Storage ที่รวม Performance, Data Efficiency, Availability และ Cyber Resilience ไว้ในระบบเดียว ขณะที่ FlashSystem.ai ช่วยให้การตรวจสอบและบริหาร Storage มีความคล่องตัวและเป็นเชิงรุกมากขึ้น

หากองค์กรกำลังวางแผนปรับปรุง Storage เดิม เพิ่มประสิทธิภาพให้ Database และ Virtualization เตรียม Infrastructure สำหรับ Application Modernization หรือสนใจ IBM Storage FlashSystem 5600 และ IBM FlashSystem.ai สามารถติดต่อทีมงาน QuickServ เพื่อช่วยวิเคราะห์ Workload ออกแบบ Configuration และวางแนวทางการใช้งานให้เหมาะกับระบบและงบประมาณขององค์กร