ENTERPRISE IT UPDATE
รีวิว Dell XPS 13 (2020)

รีวิว Dell XPS 13 (2020)



การปรับแต่งเพียงเล็กน้อยใน 
Dell XPS 13 (2020) แต่สร้างความประทับใจครั้งใหญ่

 
Dell XPS 13 (2020) เปรียบเสมือนแหล่งเก็บพลังงาน เป็นผลมาจากการตัดสินใจที่แน่วแน่ของ Dell และความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดหย่อนต่อนวัตกรรม คราวนี้ Dell ได้นำนวัตกรรมไปสู่อีกระดับด้วยการถอดกรอบสุดท้ายบนจอแสดงผล Infinity Edge ของบริษัท ซึ่งนั่นหมายความว่าแล็ปท็อปนั้นจะไร้ขอบอย่างแท้จริงและกลายเป็นแล็ปท็อปเครื่องแรกในจำนวนแล็ปท็อปทั้งหมด
 
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสำหรับเงินจำนวน 1,749 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ คุณจะได้รับแล็ปท็อปที่มีจอแสดงผลขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมด้วยแป้นพิมพ์ และทัชแพดที่ใหญ่กว่าและสะดวกสบายมากขึ้น โดยทั้งหมดนี้อยู่ในโครงสร้างที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อน XPS 13 นั้นทรงพลังที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Gen Intel Core i7 รุ่นที่ 10 และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ Dell XPS 13 เป็นหนึ่งในแล็ปท็อปที่ดีที่สุด
 

ราคาและการวางจำหน่าย Dell XPS 13 (2020)

รุ่นพื้นฐานเสนอราคาอยู่ที่ 1,149 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ Dell XPS 13 ประกอบไปด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i5-1035G1 1-GHz พร้อม RAM ขนาด 8GB, 256GB M.2 PCIe NVMe SSD, GPU Intel UHD และจอแสดงผลแบบไม่สัมผัสขนาด 1920 x 1200 ฉันมีโอกาสตรวจสอบรุ่น 1,749 เหรียญดอลลาร์สหรัฐซึ่งมีซีพียู Intel Core i5-1065G7 1.5-GHz, RAM 16GB, 512GB M.2 NVMe SSD, Intel Iris Plus GPU และหน้าจอสัมผัสขนาด 1920 x 1200

 
นอกจากนั้นแล็ปท็อปยังสามารถกำหนดค่าความสามารถเพิ่มเติมได้ด้วยโดยหากเพิ่มหน่วยความจำเป็น 1TB SSD (ราคา 150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ), 2TB SSD ( ราคา 350 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) และหน้าจอสัมผัสขนาด 3840 x 2400 ( ราคา 300 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ) XPS 13 แบบ tricked-out มีราคา 2,309 เหรียญดอลลาร์สหรัฐพร้อมทั้งยังได้รับหน่วยประมวลผล Core i7, SSD 2TB, Windows 10 Pro และหน้าจอความละเอียดสูงแบบพิเศษ แล็ปท็อปจะมาในรูปแบบสี Frost แทนบรรทัดฐานทั่วไปอย่างสีเงินและสีดำตามปกติ
 

การออกแบบ Dell XPS 13 (2020)

จากลักษณะภายนอกสู่การตกแต่งภายใน XPS 13 เป็นเหมือนเครื่องแสดงสินค้าที่คุณจะประทับใจตั้งแต่แรกเห็นด้วยฝาพับสี Frost White ฝาอลูมิเนียมเคลือบผิวนั้นเย็นสบายต่อการสัมผัส และดูมีสไตล์ทั้งในและนอกกระเป๋า เครื่องหมายการค้า Dell แวววาวเหมือนเข็มกลัดที่มีสไตล์และมีการเพิ่มความประกายในปริมาณที่เหมาะสม และบานพับคอยล์คู่ที่ทำให้การเปิดแล็ปท็อปด้วยมือเดียวนั้นทำได้ง่ายดายเหมือนการเปลี่ยนหน้าหนังสือ

 
เมื่อแล็ปท็อปเปิดคุณจะพบกับธีมสีขาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนฤดูหนาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันผลิตจากใยแก้วที่ได้รับสิทธิบัตรของ Dell และยังมีการตกแต่งด้วยสี Arctic White ที่สวยงาม การใช้นิ้วสัมผัสกับพื้นผิวหน้านั้นเปรียบเสมือนกับ ASMR สำหรับมือเลยทีเดียว นอกจากนี้แป้นพิมพ์ได้ถูกดันไปทางด้านบนสุดเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทัชแพดแก้ว
 
ด้วยขนาด 11.6 x 7.8 x 0.6- นิ้ว XPS ขนาด 2.8 ปอนด์เป็นหนึ่งใน Ultraportables ที่มีขนาดเล็กที่สุดที่มีอยู่ ซึ่งเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 2% และน้ำหนักของมันเทียบได้กับ MSI Prestige 14 ( น้ำหนัก 2.8 ปอนด์, ขนาด 12.8 x 8.5 x 0.6 นิ้ว) และมันยังเบากว่าทั้ง Microsoft Surface Laptop 3 (น้ำหนัก 2.9 ปอนด์, ขนาด 12.1 x 8.8 x 0.6 นิ้ว) และ MacBook Pro (13- นิ้ว 2019 พร้อม Touch Bar) ( น้ำหนัก 4.4 ปอนด์, ขนาด 12.8 x 8.9 x 1 นิ้ว) อย่างไรก็ตาม HP Spectre x360 13 (น้ำหนัก 2.7 ปอนด์, ขนาด 12.1 x 7.7 x 0.7 นิ้ว) นั้นมีน้ำหนักค่อนข้างเบากว่าแต่หนากว่าเล็กน้อย
 

ความปลอดภัยของ Dell XPS 13

XPS 13 มีตัวอ่านลายนิ้วมือที่ฝังตัวอยู่ในปุ่มเปิดปิดเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบการใช้งาน Windows Hello ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีที่ดีและง่ายต่อการเพิ่มระบบความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

พอร์ตของ Dell XPS 13 (2020)

XPS 13 มีพอร์ตเพียงนิดเดียว โดยมีพอร์ต Thunderbolt 3 ทางด้านขวาด้วยแจ็คชุดหูฟัง ทางด้านซ้ายคุณจะพบพอร์ต Thunderbolt 3 อีกหนึ่งช่องและช่องเสียบ microSD ดังนั้นหากคุณวางแผนที่จะใช้เมาส์หรือฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกคุณอาจจะต้องลงทุนกับอุปกรณ์แปลงสัญญาณ USB Type-C Hub
 

จอแสดงผลของ Dell XPS 13 (2020)

ถือเป็นครั้งแรกที่ Dell ได้ทำการวางขอบทั้งหมดรวมถึงขอบด้านล่างด้วย Dell ไม่เพียงแต่ทำให้ขอบล่างบางลง แต่ยังสามารถลดขนาดลงได้ถึงสาม bezels โดยที่ bezels ด้านข้างมีขนาดเพียง 0.15 และ 0.2 นิ้วตามลำดับและขอบด้านล่างลดลงเหลือเพียง 0.18 นิ้ว
 
คุณจะได้รับหน้าจอสัมผัสขนาด 13.4 นิ้ว, 1920 x 1200 พร้อมอัตราส่วน 16:10 พร้อมกับแผงที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนถึง 6.8% อย่างไรก็ตาม Dell พยายามที่จะให้ผู้บริโภคมองเห็นถึงอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้นด้วยโครงสร้างขนาด 12.8 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยรักษาเว็บแคมในใจกลางของกรอบด้านบนได้
 
XPS 13 ไม่ได้มีการแสดงผลของภาพที่สดใสอย่างที่คาดไว้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล็ปท็อปสามารถทำซ้ำได้ถึง 115% ของช่วงสี sRGB ซึ่งนั่นก็เกินพอที่จะกด Prestige 14 (112%) และ Spectre x360 (109%) ได้แล้ว แต่ MacBook Pro (118%) และ Surface Laptop 3 (121%) นั้นมีสีที่สดใสกว่าเพราะมันเป็นแล็ปท็อประดับพรีเมียมที่มีค่าเฉลี่ยถึง 123%
 
อย่างไรก็ตาม CinemaColor ของ Dell ได้มีการเพิ่มสียอดนิยมด้วยการปรับความอิ่มตัว ความคมชัด และสมดุลสีขาว ที่ได้มีการตั้งไว้ล่วงหน้า (ภาพยนตร์, บรรยากาศแบบตอนเย็น, กีฬาและแอนิเมชัน) และยิ่งกว่านั้นแล็ปท็อปนี้ยังมี Dolby Vision เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ HDR อีกด้วย
 
XPS 13 ทำขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของการขาดเพียงสีเล็กน้อยโดยมีความสว่างเฉลี่ยที่ 417 nits โน้ตบุ๊กสามารถทำการเฉลี่ย 357-nit ได้อย่างง่ายดาย MacBook Pro นั้นมีความใกล้เคียงกับ 408 บิตโดยมี Spectre x360 (369 nits) Surface Laptop 3 (348 nits) และ Prestige 14 (269 nits)
 
จอแสดงผลนี้ทำให้ค้นพบหน้าจอสัมผัสที่มีความว่องไวและมีการตอบสนองที่แม่นยำ
 

ระบบเสียงของ Dell XPS 13

ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเลย แม้ XPS 13 จะมีลำโพงที่ติดตั้งอยู่ด้านล่าง แต่ก็ยังสามารถให้เสียงที่ดัง และเสียงที่ได้มาก็ค่อนข้างชัดเจน ซอฟต์แวร์ Waves MaxxAudio Pro ช่วยให้แล็ปท็อปนี้มีเสียงเบสที่ดีขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแล็ปท็อปขนาดเท่านี้มักจะขาดเสียงเบสที่ดี แต่อย่างไรสิ่งนี้ก็ไม่สามารถมาแทนที่ชุดหูฟังหรือลำโพงภายนอกที่ดีได้ เพียงแต่ XPS 13 นั้นสามารถใช้งานได้เหมาะสมสำหรับการดูภาพยนตร์หรืองานปาร์ตี้อย่างกะทันหัน
 

แป้นพิมพ์และทัชแพดของ Dell XPS

แป้นพิมพ์ของ XPS 13 เป็นแบบขอบต่อนิ้ว ซึ่งปุ่มกดมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 9%  ถึงแม้จะปุ่มกดจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ แต่ปุ่มก็ยังมีระยะห่างที่ดีและไม่มีปุ่มใดที่ลดขนาดลลงเพื่อให้มีที่ว่าง นอกจากนี้ยังมีแสงแบ็คไลท์ที่ทำให้สามารถพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดได้แม้อยู่ในห้องมืดหรือที่ที่แสงไม่พอ
 
การพิมพ์บนแป้นพิมพ์ของ Dell XPS ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และทัชแพดแก้วที่มีขนาด 4.4 x 2.6 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่าการทำซ้ำก่อนหน้าถึง 17% ทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือในการใช้งานบนเว็บไซต์ การทำงานต่างๆบน Windows 10 เช่น การซูม และการใช้สามนิ้วในการเลื่อนนั้นก็สามารถทำได้อย่างราบรื่น และมุมด้านล่างของทัชแพดก็ยังให้การตอบรับที่มั่นคงอีกด้วย
 

ประสิทธิภาพของ Dell XPS 13

สำหรับแล็ปท็อปที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ Dell XPS 13 เป็นที่นิยมอย่างมาก โดย Dell XPS13 บรรจุโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-1065G7 (Ice Lake) ที่มี RAM ขนาด 16GB ทำให้สามารถดูหนังและซีรีส์ Netflix ได้อย่างสบายๆ ในขณะที่ใช้งานหน้าต่างบน Google Chrome ได้มากกว่า 20 หน้าต่างในเวลาเดียวกัน โดยที่ไม่เกิดการติดขัดใดๆ
 
XPS 13 ยังสามารถทำงานได้ดีในการทดสอบที่จัดขึ้น ซึ่ง Geekbench 4.3 จะเป็นการทำการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม และ XPS 13 ได้คะแนนถึง 19,053 โดยมีค่าเฉลี่ยของแล็ปท็อประดับพรีเมียม 16,669 รายการ Spectre x360 ซึ่งมี CPU Core i7-1065G7 ได้คะแนน 18,408 ในขณะที่ MacBook (Intel Core i5 CPU) และ Prestige 14 (Core i7-10710U CPU) ได้คะแนนถึง 18,221 และ 17,296 ตามลำดับ และ The Surface Laptop 3 (Core i7-1065G7) คะแนนขยับออกมาเล็กน้อยจาก XPS 13 ด้วยคะแนน 19,078
 
ในระหว่างการทดสอบ HandBrake XPS 13 สามารถแปลงวิดีโอ 4K เป็น 1080p ได้ในเวลาเพียง 15 นาทีกับอีก10 วินาที ซึ่งเร็วกว่าค่าเฉลี่ยถึง 19:40 และเวลานั้นก็เร็วกว่า Surface Laptop 3 (24:55) และ Spectre x360 (21:13) อย่างไรก็ตาม MacBook Pro (14:20) และ Prestige 14 (14:01) นั้นเร็วกว่า
 
512PS M.2 PCIe NVMe SSD ของ XPS 13 สามารถทำไฟล์มัลติมีเดีย 4.97GB ซ้ำได้ในเวลา 8.3 วินาทีสำหรับอัตราการถ่ายโอน 613.1 เมกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งอัตรานั้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของหมวดหมู่ 622.4MBps Surface Laptop 3 (541.4MBps, 256GB M.2 PCIe SSD) และ Spectre x360 (318.1MBps, 512GB M.2 PCIe NVMe SSD) อย่างไรก็ตามเพรสทีจ (512GB M.2 PCIe NVMe SSD) สามารถทำได้ที่ความเร็ว 978.7MBps ในขณะที่ MacBook Pro (256GB SSD) ได้ผลลัพธ์ที่เหลื่อเชื่อด้วยความเร็ว 2,573MBps จากการทดสอบใน BlackMagic 
 
Intel Iris Plus GPU ใน XPS 13 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว แล็ปท็อปนี้สามารถแสดงจำนวนภาพได้ที่ 59 เฟรมต่อนาที (fps) ตามมาตรฐานการเล่นเกม Dirt 3 ซึ่งนั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 60 fps แต่ก็ยังสูงกว่า MacBook Pro (38 fps),  Surface Laptop 3 และ the Spectre x360 ที่ติดตั้ง Intel Iris Plus GPU 3 มีการแสดงจำนวนภาพที่ได้ที่ 47 fps The Prestige ซึ่งมี Nvidia GeForce GTX 1650 Max-Q GPU สามารถแสดงจำนวนภาพได้สูงถึง 150 fps
 

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Dell XPS 13 (2020)

XPS 13 สามารถใช้ทำงานได้ไม่ว่าคุณจะใช้เต็มวันหรือแค่บางช่วงเวลา แล็ปท็อปสามารถใช้ได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงกับอีก 39 นาทีจากการทดสอบ Laptop Mag Battery ซึ่งประกอบไปด้วยการใช้งานเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องผ่าน Wi-Fi ด้วยความสว่างที่ 150 nits ซึ่ง XPS 13 ทำได้ดีกว่าแล็ปท็อประดับพรีเมียมที่มีค่าเฉลี่ย 8:47 เช่นเดียวกับ Prestige 14 (9:49), Surface Laptop 3 (9:17) และ MacBook Pro (8:41) แต่ Spectre x360 เป็นแล็ปท็อปตัวสุดท้ายที่ยังสามารถใช้งานได้ด้วยเวลา 13:20
 

ความร้อนของ Dell XPS 13

อุณหภูมิของแล็ปท็อปในพื้นที่สำคัญหลังจากใช้งานวิดีโอแบบเต็มหน้าจอเป็นเวลา 15 นาที ทัชแพดส่วนกลางและด้านล่าง วัดอุณหภูมิได้ที่ 79, 86 และ 91 องศาฟาเรนไฮต์ตามลำดับ
 

เว็บแคมของ Dell XPS 13

Dell ยังคงมีหนึ่งในเว็บแคมที่เล็กที่สุดในอุตสาหกรรม เว็บแคมมีความละเอียดที่ 720p และมีขนาดเพียงขนาด 0.1 นิ้วแต่ก็ยังสามารถให้สีที่ยอดเยี่ยมในการจับภาพ ผิวสีน้ำตาลของฉันแสดงเป็นจุดในภาพการทดสอบของฉันที่เป็นเสื้อกันหนาวหิมะสีขาว และมันยังแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการถักเสื้อกันหนาวของฉัน หากแต่บางครั้งอาจจะเบลอบ้าง
 

ซอฟต์แวร์และการรับประกันของ Dell XPS 13

Dell ได้รวบรวมซอฟต์แวร์แบรนด์ที่มีประโยชน์ไว้ในชุดเดียวกันกับ XPS 13 Dell Power Manager ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับการใช้พลังงานผ่านโปรไฟล์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ หรือเพื่อบีบประสิทธิภาพออกไปจากระบบเล็กน้อย Customer Connect เป็นสื่อกลางของคุณกับช่างเทคนิคของ Dell หากคุณต้องการความช่วยเหลือจากระบบ การจัดส่งแบบดิจิทัลสามารถติดตามการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ทั้งหมดของคุณ และเรียกคืนหลังจากมีการล้างหรือเกิดข้อผิดพลาด
 
บริษัทเพิ่งมีการอัพเดต Dell Mobile Connect ดังนั้นมันจึงสามารถใช้งานได้ดีบน iPhone โดยตอนนี้ทุกคนสามารถสลับรูปภาพ เอกสารและวิดีโอระหว่างสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อปของคุณได้อย่างราบรื่น
 
แอปของบริษัทอื่นๆ รวมถึง Killer Control Center ซึ่งสามารถให้คุณตั้งค่าลำดับความสำคัญของเครือข่ายแบนด์วิดท์ (network bandwidth) ได้ ตัวแล็ปท็อปยังมาพร้อมกับพื้นที่จัดเก็บ Dropbox ฟรี 20GB ต่อปี และแน่นอนว่ามี bloatware ของ Windows 10 บางตัวเช่น Netflix, Farm Heroes Saga และ Candy Crush Saga
 
Dell XPS 13 มาพร้อมกับการรับประกันฮาร์ดแวร์หนึ่งปีพร้อมการให้บริการทั้งนอกสถานที่และในบ้านหลังจากการวินิจฉัยจากระยะไกล และสามารถดูได้ว่า Dell มีส่วนร่วมอย่างไรในช่วงรายงานพิเศษประจำปีของเรา ทั้งในการสนับสนุนด้านเทคนิคและแบรนด์ ทั้งที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด
 

สรุป

Dell XPS 13 ใหม่มีขนาดเล็กลง โฉบเฉี่ยวและมีขนาดเล็กที่สุดในทุกๆ ด้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Dell รู้วิธีการพัฒนาได้โดยที่ไม่ต้องไปไกลเกินไป เพียงแค่ปรับแต่งด้วยวิธีเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่สามารถได้ผลลัพธ์ที่ก้าวกระโดด
 
ในราคาเพียง 1,749 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ คุณจะได้รับแล็ปท็อปที่แทบจะไร้ที่ติ ที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Gen 10 และ Intel Core i7 ที่ทรงพลัง ได้ SSD ที่รวดเร็ว หน้าจอกระทัดรัด อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง คีย์บอร์ดที่นุ่มสบายและระบบเสียงที่ดีอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 2%
 
อย่างไรก็ตามหากคุณกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นคุณอาจจะต้องพิจารณา HP Spectre x360 ขนาด 13 นิ้ว ที่เสนอราคาอยู่ที่ 1,313 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือหากคุณต้องการพลังมากขึ้น MSI Prestige 14 อาจเพิ่มความเร็วให้คุณได้มากกว่า แต่ถ้าคุณกำลังมองหาแพ็คเกจทั้งหมด Dell XPS 13 คือแล็ปท็อปสำหรับคุณ
 
ที่มา: 
https://bit.ly/2Z0qd6h
ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์
Share Mail
สวัสดีค่ะคุณ
คุณ ได้แนะนำสินค้าจาก www.quickserv.co.th ให้แก่คุณ
หมวดสินค้า
ยี่ห้อ
ชื่อ
ลิ้งค์