รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Google Drive กับ OneDrive
Please wait...
1786933644.jpg
1786356967.jpg
1789381284.jpg
1788343577.jpg
1788343655.jpg
1788774638.jpg
1788244639.jpg
1788342950.jpg
1789022451.jpg
1788343721.jpg
1786675231.jpg
1788259208.jpg
SOLUTIONS CORNER
รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Google Drive กับ OneDrive

รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Google Drive กับ OneDrive




เราได้ทำการเปรียบเทียบความสามารถในด้านการจัดเก็บ
, ราคา, คุณลักษณะในการทำงานร่วมกันได้ (Compatibility) รวมถึงชุดของฟีเจอร์ของทั้งสองบริษัทที่ได้รับความนิยมในส่วนของการให้บริการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Cloud Storage
 


ข้อสรุป


Google และ Microsoft ได้มีการนำเสนอระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เชื่อถือได้, รวดเร็ว และง่ายต่อการใช้งานในส่วนของบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Cloud Storage) สำหรับลูกค้าที่ทำงานบนระบบปฏิบัติที่มีความหลากหลาย ทั้ง Google Drive และ Microsoft OneDrive ต่างก็มีความต้องการที่จะยกระดับขีดจำกัดความสามารถในการใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แต่เรารู้สึกว่า Microsoft ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการให้บริการของ OneDrive และสำหรับ  OneDrive ของ Microsoft ที่มาพร้อมกับพื้นที่จัดเก็บฟรีที่มีมากขึ้น พร้อมด้วยชุดของคุณสมบัติที่เหมือนกันกับ Google และด้วยราคาที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากคุณต้องการความจุที่มากกว่า 15GB แม้ว่าทั้ง Google และ Microsoft จะมีการนำเสนอทั้งในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกในการสร้างและแก้ไข แต่ Web Apps ของ Microsoft กลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยในส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับระบบ (User Interface) ของ Office เพราะผู้ใช้ที่เติบโตมาพร้อมกับ Word, Excel และ Powerpoint จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกสบายใจและคุ้นเคย ทั้งนี้ สถานประกอบการต่างๆ อาจจะพบมันช่วยลดเวลาที่จะใช้ในการฝึกอบรมและให้การสนับสนุน และผู้ชนะในการรีวิวครั้งนี้ ได้แก่ - Microsoft OneDrive
 
Google Drive และ Microsoft OneDrive ต่างก็มีประสบการณ์มายาวนานในด้านการให้บริการจัดเก็บข้อมูล แต่เรามุ่งเน้นไปที่บริการที่เหมาะกับความต้องการและรูปแบบธุรกิจของคุณให้มากที่สุด


 

พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและราคา
 

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้บริการของ Google ซึ่งอยู่ในรูปแบบขององค์กรธุรกิจหรือผู้ใช้ส่วนบุคคลก็ตาม ทุกคนจะได้รับสิทธิ์สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 15GB ใน Google Drive แบบฟรีๆ โดยอัตโนมัติ หรือในบางครั้ง Google ก็อาจจะมีช่วงโปรโมชั่นที่จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มขีดจำกัด แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลแบบพิเศษนี้ ซึ่งคุณสามารถใช้งานมันได้อย่างถาวร ( ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณดำเนินการ Security Check หรือเมือคุณซื้ออุปกรณ์ Android บางอย่าง) หรือในบางครั้งมันก็อาจจะเป็นเพียงข้อเสนอแบบชั่วคราว โดยพื้นที่เก็บข้อมูลที่คุณได้รับนั้นสามารถแบ่งได้เป็น Google Drive, Gmail และ Photos ดังนั้น มันอาจจะไม่จบลงด้วยสาเหตุเพียงแค่การมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณมีใช้งาน Gmail เป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีตรงที่ยังคงมีให้บริการอยู่
 
ในปัจจุบัน Microsoft มีพื้นที่เก็บข้อมูลเพียง 5GB (ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีถึง15GB) และนั่นก็เป็นพื้นที่สำหรับการใช้งานแบบส่วนตัวโดยไม่เกี่ยวข้องในเชิงการค้า ซึ่งไม่มีอะไรในโลกนี้ ที่ได้มาฟรีๆ สำหรับผู้ใช้งานทางด้านธุรกิจ สำหรับการใช้งานในรูปแบบบัญชีส่วนตัว (Personal Account) นั้น ผู้ใช้สามารถมีพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้จากการแนะนำผู้สมัครเข้าใช้งาน (Referral Bonuses)
 
หากคุณต้องการซื้อพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม Google เสนอพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 100GB ให้ผู้ใช้ในราคา 1.59 ปอนด์ต่อเดือน, 1TB ในราคา 7.99 ปอนด์ต่อเดือน และ 10TB ในราคา 79.99 ปอนด์ต่อเดือน หรือหากคุณต้องการพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากข้อเสนอที่กล่าวมาข้างต้น Google ยังมีแพ็กเกจขนาด 20TB ในราคา 159.99 ปอนด์ต่อเดือน และพิเศษสุดสำหรับแพ็กเกจขนาด 30TB ในราคา 239.99 ปอนด์ต่อเดือน
 
Microsoft นำเสนอพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 1TB ในราคา 3.80 ปอนด์ต่อเดือน และยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลแบบไม่จำกัด ในราคา 7.50 ปอนด์ต่อเดือน (โปรแกรมเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ใน แอพพลิเคชั่น Office ) สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลแบบไม่จำกัดนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถใช้โปรแกรมนี้ได้ทันที ซึ่งในเบื้องต้นคุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 5TB และถ้าคุณต้องการมากกว่านั้น คุณจะต้องติดต่อกลับไปยังฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft  หรือในกรณีที่คุณต้องการจะใช้โปรแกรม Microsoft Office จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่ 9.40 ปอนด์ต่อเดือน (โดยจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลข้อมูลเพิ่มขึ้นอีก 1TB ต่อผู้ใช้หนึ่งราย) นอกจากนี้ คุณยังจะได้พบกับคุณลักษณะอื่นๆ อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
 
หากคุณต้องการพื้นที่ว่างสำหรับเก็บข้อมูลที่มีหน่วยเป็นเทรไบต์ Microsoft OneDrive อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับบัญชีผู้ใช้โดยส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงทำให้รู้สึกเห็นด้วยกับการเลือกใช้ Google Drive มากกว่า


 

การติดตั้ง

 

การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมไคลเอนต์ Windows สำหรับ Google Drive และ Microsoft OneDrive เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ผู้ใช้จำเป็นจะต้องกำหนดตำแหน่งของโฟลเดอร์ที่ตั้งค่าให้ตรงกันกับบริการที่เกี่ยวข้อง
 
ทั้งสองบริษัท ต่างก็เลือกใช้ขั้นตอนในการเข้าถึงข้อมูลให้น้อยที่สุด สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการจัดเก็บข้อมูลของพวกเขา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี เนื่องจากผู้ใช้เพียงแค่ต้องจัดการกับโฟลเดอร์ใน Windows Explorer เท่านั้น โดยผู้ใช้สามารถทำการอัพโหลด, เปิด, แก้ไขและบันทึกไฟล์ลงในโฟลเดอร์ Google Drive หรือ Microsoft OneDrive ที่ได้ทำการเลือกไว้ ซึ่งไม่ต่างกันกับการใช้งานโฟลเดอร์ที่ได้รับการจัดเก็บไว้ภายในระบบ
 
แม้ว่าวิธีการเช่นนี้ จะเป็นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลด้วยขั้นตอนที่น้อยที่สุดแต่เน้นที่ความง่ายในการเข้าใช้งาน และเราต้องการเห็นตัวเลือกในการซิงโครไนซ์การสำรองข้อมูลของโฟลเดอร์ภายในเครื่องที่จัดการด้วย Google Drive หรือ โฟลเดอร์ของ Microsoft OneDrive ซึ่งความสามารถในการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าใช้งานร่วมกันบนเครื่องลูกที่เป็น Windows Client เป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก, แม้ว่า OneDrive จะรวมเอาโฟลเดอร์ที่เป็น Public ที่มีตัวเลือกการแชร์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามารวมอยู่ด้วยก็ตาม


 

ระบบปฎิบัติการที่เข้ากันได้
 

ถ้านอกจาก Windows แล้ว OneDrive ของ Microsoft ก็ยังได้รับการสนับสนุนบน Mac OS X, iOS, Android และ Windows Phone หรือสามารถใช้งานผ่านเว็บเบราเซอร์
 
ส่วน Google Drive นั้นสามารถเข้าถึงได้โดยผ่านทาง Android, iOS, Windows และ Mac OS X


 

ฟังก์ชันเสริม

 

แม้ว่า Google และ Microsoft จะมีตัวเลือกสำหรับไคลเอนต์ ในรูปแบบ Minimal Desktop แล้วก็ตาม แต่ในขณะที่กำลังใช้บริการของทั้งสองบริษัทผ่านเว็บเบราวเซอร์อยู่นั้น บริษัทต่างๆ ก็ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการนำเสนอแอพพลิเคชั่นการแก้ไขเอกสาร โดยมี Google Docs ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบัญชี Google ทั้งหมด ในขณะที่ Microsoft ก็ได้เตรียมแอพพลิเคชั่น Office Web ที่มีไว้พร้อมให้บริการสำหรับผู้ใช้ OneDrive มานำเสนอ
 
ทั้ง Google Docs และ Office Web Apps ของ Microsoft ต่างก็ไม่คู่ควรที่จะนำมาเปรียบเทียบกับคุณลักษณะที่พบในชุดโปรแกรมสำนักงาน (Office Suite) ของ Microsoft ได้ แต่ทั้งสองแอพพลิเคชั่นนี้ต่างก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะใช้ในการสร้างเอกสาร, Spreadsheets และการทำ Presentation ในแบบง่ายๆ ซึ่งจากคำตัดสินของ Microsoft เพื่อที่จะทำการรวมส่วนต่างๆของส่วนติดต่อผู้ใช้ Office ไว้เข้าด้วยกัน ย่อมหมายถึงผู้ใช้น่าจะรู้สึกดี กับการที่ได้ใช้งานในรูปแบบที่คุ้นเคย
 
ในมุมมองของเรากลับพบว่า ทั้ง Google Docs และ Office Web Apps ของ Microsoft ไม่ควรจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสิน และในขณะเดียวกันก็ถึงเวลาที่จะต้องต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง Google Drive หรือ Microsoft OneDrive เราต่างก็พบว่าทั้งสองเป็นโปรแกรมที่มีความสามารถที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่ายขึ้นในการใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งชุดออฟฟิศ (Office Suites) เต็มรูปแบบ

 
 

การปรับใช้งาน
 


ไม่ว่าคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพเป็นเช่นไร  สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Google Drive หรือ Microsoft OneDrive ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ภายในองค์กร
 
คุณอาจจะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจให้กับองค์กรของคุณเอง ว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ชนิดใดที่คุณต้องการจะให้องค์กรใช้งานกับพนักงานภายในองค์กรในปีต่อ ๆ ไป เนื่องจากว่า ทั้ง Google และ Microsoft นั้น ต่างก็ให้การสนับสนุนระบบปฏิบัติการบนมือถือของตนเอง
 
ซึ่งจะพบว่าปัญหาเหล่านี้เริ่มที่จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการทั้งสองฝ่ายต่างก็มีข้อตกลงกับผู้ใช้ของพวกเขา โดยอาศัยระบบการจัดการแบบ Integrated Landscape ที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีการทำงานบนความหลากหลายของระบบปฏิบัติการ
 
ทั้งๆที่ความจริง Microsoft ได้รับการสนับสนุน Windows Phone OS ของมันอย่างจริงจัง โดยผ่านการซื้อของ Nokia, แต่อย่างใดก็ตาม Android ของ Google ก็ยังคงเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมในบางช่วงเวลา เนื่องด้วย ขอบเขตด้านความสามารถและความหลากหลายของอุปกรณ์ ตลอดจนแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน, การปรับใช้แอนดรอยด์ที่มีมากมายและน่าสนใจ ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสมาชิกขององค์กรผู้ที่เลือกที่จะนำอุปกรณ์ของตัวเองเข้ามาในที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ใช้ iOs ของ Apple
 
สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ประเภทของข้อมูล, ระดับของความสำคัญและผลบังคับใช้ทางกฎหมายสำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่อยู่นอกพื้นที่สหราชอาณาจักร - โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของ GDPR หรือ General Data Protection Regulation ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคฉบับใหม่ของ EU ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2018 กับทั้ง Google และ Microsoft ที่นำเสนอบริการแบบ Multi-Tenant บนคลาวด์สาธารณะ
 
สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องคำนึงถึงนั่นก็คือความจริงที่ว่า บริการของทั้งสองบริษัทต่างก็มีการเข้ารหัสข้อมูลอัตโนมัติ โดยมีระบบการคุ้มครองบนบัญชีผู้ใช้และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญ เนื่องจากทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ต่างก็สามารถเข้าถึงบัญชีใดก็ได้ ในทางทฤษฎี

 

ที่มา:www.itpro.co.uk
Array
(
    [0] => Array
        (
            [name] => Home
            [url] => https://www.quickserv.co.th
        )

    [1] => Array
        (
            [name] => Knowledge Base
            [url] => https://www.quickserv.co.th/knowledge-base
        )

    [2] => Array
        (
            [name] => Solutions
            [url] => https://www.quickserv.co.th/knowledge-base/solutions
        )

    [3] => Array
        (
            [name] => รีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Google Drive กับ Onedrive
            [url] => https://www.quickserv.co.th/knowledge-base/solutions/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-google-drive-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-onedrive
        )

)
ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์