Please wait...
SOLUTIONS CORNER
วิธีการติดตั้ง Windows 10 ใหม่โดยที่ข้อมูลไม่หาย

วิธีการติดตั้ง Windows 10 ใหม่โดยที่ข้อมูลไม่หา

reinstall windows 10

เมื่อการติดตั้ง Windows 10 ใหม่อาจล้างข้อมูลทั้งเครื่องจนไม่เหลืออะไร วิธีการต่อไปนี้จะช่วยรักษาไฟล์ของคุณ


เมื่อลอง troubleshooting พีซีแล้วแต่ยังไม่เจออะไร  ‘การ Reset เครื่อง’ จึงกลายเป็นยาวิเศษที่มักถูกใช้เพื่อรักษาทุกอาการอยู่บ่อยๆ  เช่นเดียวกันกับการแก้ไขปัญหาของระบบปฏิบัติการ

ถ้าเครื่องคุณมักเกิดปัญหาจอฟ้า ทำงานช้าลง หรือค้างอยู่บ่อย ๆ การติดตั้งระบบปฏิบัติการ (OS) ของเครื่องใหม่คือวิธีที่ดีสุดในการแก้ไขปัญหางานชะงักและการสูญเสียงานที่ทำไป การติดตั้ง Windows 10 ใหม่ยังช่วยให้เราสามารถย้อนกลับไปได้หากเกิดผลกระทบจากการอัปเดตที่ผิดพลาด ถ้าแพทช์รักษาความปลอดภัยหรือแพทช์แก้ไขยังทำงานอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น Microsoft ยังทำให้การ Reset สะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ยิ่งขึ้น โดยเพิ่มตัวเลือกให้สามารถคงข้อมูลไว้ได้ระหว่างช่วงติดตั้งใหม่
แนวทางต่อไปนี้จะอธิบายวิธีการติดตั้ง Windows 10 ใหม่และวิธีการ Reset เครื่องให้เป็นค่าตั้งต้นโดยไม่ทำให้ข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลส่วนตัวและโปรแกรมใด ๆ ก็ตามในระบบหายไป


วิธีการทำ Factory Reset ระบบ Windows 10 โดยที่ข้อมูลไม่หาย

มีอยู่สามวิธีในการติดตั้ง Windows 10 ที่จะไม่ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วหายไป

วิธีที่หนึ่ง: ใช้ตัวเลือก ‘Reset this PC’

การ Reset เครื่องโดยใช้ตัวเลือก ‘Reset this PC’ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
  1. คลิกขวาที่ปุ่ม start ของ Windows ตรงมุมล่างซ้ายของจอเพื่อเปิดเมนูการตั้งค่าขึ้นมา
  2. เลือก “Settings.”
  3. คลิก “Update & Security.”
  4. ตรงบริเวณด้านซ้ายของหน้าต่าง  เลือก “Recovery.”
  5. คลิก “Get started.” ข้างล่างคำว่า “Reset this PC”
  6. เลือกตัวเลือก "Keep my files"  จากหน้าต่างที่เด้งขึ้นมา และหลังจากขั้นตอนนี้ เครื่องของคุณจะทำการอัปเดตเป็น Windows 10 เวอร์ชันล่าสุด
  7. หากคุณกำลังอัปเกรดพีซีจากเวอร์ชันเก่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Windows 10 คุณจะเห็นข้อความเตือนว่าคุณจะไม่สามารถถอนการอัปเกรดหรือย้อนกลับไปเวอร์ชันก่อนหน้าได้แล้ว จากนั้นให้คลิก “Next” เพื่อดำเนินการต่อ
  8. คลิกปุ่ม “Reset” ในหน้า “Ready to Reset this PC” จากนั้น พีซีของคุณจะทำการ Reboot และเริ่มการติดตั้ง Windows 10 ใหม่ 
หมายเหตุ: ฟีเจอร์ “Reset this PC” ของ Windows นี้อาจเป็นวิธีที่ไวที่สุดแล้วในการ Reset เครื่อง แต่ก็มีข้อแม้ว่าการ  “Reset this PC” นี้เก็บได้เพียงไฟล์ข้อมูลเท่านั้น นอกจากนั้น การ Reset จะถอนการติดตั้งโปรแกรมและแอพพลิเคชันทั้งหมดที่ผู้ใช้ได้ทำการติดตั้งไว้ ดังนั้น หากไม่ต้องการให้แอพพลิเคชัน ไดรฟเวอร์ หรือโปรแกรมใด ๆ ที่มีอยู่แล้วหายไป คุณควร backup ข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ก่อนจะทำการ Reset 
 

วิธีที่สอง: ใช้เมนู ‘Advanced Startup’

การ Reset เครื่องโดยใช้เมนู ‘Advanced Startup’ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
  1. คลิกขวาที่ปุ่ม Start ของ Windows ตรงมุมล่างซ้ายของจอ
  2. คลิก “Settings” บริเวณด้านซ้ายของเมนู Start
  3. คลิก “Update & Security” จากนั้นเลือก “Recovery”
  4. คลิก “Restart now” ด้านล่าง “Advanced startup” บริเวณจอด้านขวา จากนั้น Windows จะทำการ Restart และเปิดขึ้นมาใหม่ในโหมด Recovery Environment (WinRE) หรืออีกทางเลือกก็คือ คุณสามารถกดปุ่ม F11 ทันทีที่เปิดเครื่องเพื่อเข้าสู่เมนู Advanced Startup ได้ทันที เทคนิคดังกล่าวมีประโยชน์มากถ้าคุณเปิดเครื่องด้วยวิธีการปกติไม่ได้
  5. กด “Troubleshoot” เมื่อเข้าสู่โหมด WinRE ได้แล้ว
  6. คลิก “Reset this PC” ที่ปรากฎขึ้นในหน้าต่อมา ซึ่งจะนำคุณไปสู่หน้าต่าง Reset ระบบ
  7. เลือก “Keep my files” และเลือก “Next” จากนั้นกด “Reset”
  8. คลิก “Continue” เมื่อหน้าต่างเด้งขึ้นมาและให้คุณทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการของ Windows 10 ใหม่
หมายเหตุ: วิธีที่สองนี้เหมือนกับวิธีที่หนึ่งตรงที่คุณต้อง Backup ข้อมูลทั้งหมดก่อน Reset เพราะ Windows จะเก็บแค่ไฟล์ของคุณแล้วลบแอปพลิเคชัน ไดรฟเวอร์และโปรแกรมทั้งหมดขณะทำการติดตั้งใหม่

วิธีที่สาม: ใช้ ISO image file ของ Windows

ไฟล์ ISO. หรือที่มักเรียกกันว่า ISO image file คือไฟล์ที่เก็บสำเนาข้อมูลไว้บนแผ่นดิสก์ เช่นแผ่น CD หรือ DVD ซึ่งช่วยให้คุณติดตั้ง Windows 10 ใหม่ได้โดยที่ในขณะเดียวกันก็ยังเก็บรักษาข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ไว้ได้
  1. การติดตั้ง Windows 10 ใหม่โดยใช้เมนู ISO image มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
  2. ดาวน์โหลด Media Creation Tool ของ Microsoft มาเพื่อสร้าง ISO file ของ Windows 10
  3. หลังจากดาวน์โหลด ISO file ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ให้คลิกขวาที่ไฟล์แล้วเลือก “Mount”
  4. ดับเบิลคลิกไฟล์ Setup.exe ใน Root Directory
  5. เลือกตัวเลือกของ “Download and install updates.” ให้ถูก ถ้าเครื่องคุณกำลังต่อเน็ตอยู่ ให้เลือกตัวเลือกดังกล่าว แต่ถ้าไม่ได้เชื่อมต่ออยู่ ให้เลือก “Not right now.” แล้วเลือก “Next” เพื่อไปต่อ
  6. คลิก “Change to what to keep” เมื่อหน้าต่างป๊อปอัพอันต่อไปเด้งขึ้นมา
  7. เลือกระหว่าง "Keep personal files, apps, and Windows settings” หรือ  "Keep personal files only" ไม่ก็ “Nothing” ขึ้นอยู่กับความต้องการในการจุเครื่องของคุณ
  8. คลิก “Next” เพื่อติดตั้ง Windows 10
พีซีของคุณจะ Reboot ตามที่ได้ทำการตั้งค่าไว้

การคืนค่าแอปพลิเคชันหลังติดตั้ง Windows 10 ใหม่

เมื่อติดตั้ง Windows 10 เสร็จ ก็ถึงเวลาคืนค่าแอพพลิเคชัน
เราจะเริ่มจากการยืนยันตัวตนบัญชีผู้ใช้ โดยให้ไปที่
Start > Settings > Accounts > Your account จากนั้นก็คลิก “Verify” เพื่อให้ได้รหัสที่จะดึงพีซีคุณกลับเข้าไปอยู่ในรายการบัญชีผู้ใช้ ซึ่งเมื่อยืนยันแล้ว ก็เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Microsoft ของคุณเลย

ขั้นตอนการคืนค่าแอปพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้ มีดังนี้: 
  1. ไปยัง “Start” > “All Apps” > “Store.”
  2. คลิกที่ผู้ใช้ (รูปของคุณ)
  3. เลือก  “My Library” ทางด้านซ้ายเพื่อเข้าถึงข้อมูลแอพพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด
  4. คลิกปุ่ม “Download” ข้างๆ แอพพลิเคชันที่คุณต้องการคืนค่า

สุดท้ายแล้ว
การติดตั้ง Windows 10 ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตของคุณและขนาดของไฟล์ที่คุณเลือกเก็บไว้ การเสียบปลั๊กไว้ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่จะไม่น้อยเกินจนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการดังกล่าว

ในสถานการณ์ที่พีซีของคุณเปิดไม่ติด อาจจะต้องใช้ไดรฟ์กู้คืนที่มีสำเนา Windows 10 ของคุณสำรองไว้ในอุปกรณ์อย่างเช่นแผ่น DVD หรือ USB ซึ่งอาจช่วยคืนค่าแอปพลิเคชัน โปรแกรมและการตั้งค่าของคุณได้

ไดรฟ์กู้คืนเองก็มีประโยชน์มาก ถ้าคุณไม่สามารถเข้าถึงหน้าเดสก์ท็อปของ Windows เพื่อติดตั้งระบบหรือ troubleshoot ปัญหาในเครื่องของคุณได้ การ backup ข้อมูลไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยลดภาระในการติดตั้ง Windows 10 ใหม่ได้เช่นเดียวกัน
 
ที่มา: 
https://bit.ly/2M69MSW
ควิกเซิร์ฟ
สินค้า
งานระบบ
บริการ
กิจกรรม
ออนไลน์