เมื่อโลกดิจิทัลทุกวันนี้เต็มไปด้วย “กับดักไซเบอร์” องค์กรไทยทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ ระบบหลังบ้าน ไปจนถึงบริการที่มอบให้ลูกค้า แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ ยิ่งพึ่งพาดิจิทัลมากเท่าไร ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายที่หวานชื่นของอาชญากรไซเบอร์มากเท่านั้น สิ่งที่เราเห็นในช่วงเดือนกันยายน 2025 คือ 2 เหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นจริง และเป็นสัญญาณเตือนแรงสำหรับองค์กรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย • Zero-Day ใน Google Chrome — ช่องโหว่ที่ถูกใช้จริงในการเจาะผู้ใช้ • การโจมตีระบบสนามบินยุโรป — ทำให้เที่ยวบินยกเลิกและล่าช้าจำนวนมาก และอย่าคิดว่าไทยจะรอดพ้น เพราะ ในช่วงเวลาเดียวกัน ไทยเองก็ถูกเจาะเป้าโดยตรงจากกลุ่มแฮกเกอร์ต่างชาติ สองเหตุการณ์โลกที่สั่นสะเทือนระบบดิจิทัล 1. Google Chrome Zero-Day Exploit (CVE-2025-10585) • เกิดอะไรขึ้น: ช่องโหว่ประเภท type confusion ใน JavaScript/V8 engine ของ Chrome ถูกค้นพบและมีการโจมตีจริงแล้ว (active exploitation) • ผลกระทบ: เพียงแค่ผู้ใช้เผลอเปิดเว็บเพจที่แฝงโค้ดอันตราย ข้อมูลในเครื่องอาจถูกขโมย หรือเครื่องถูกแฮกเกอร์ควบคุมระยะไกล • ทำไมถึงน่ากลัว: Zero-Day เป็นช่องโหว่ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและไม่มี patch ทันที หมายความว่า Antivirus และ Firewall ไม่สามารถช่วยอะไรได้จนกว่าองค์กรจะอัปเดตระบบ 2. สนามบินยุโรปถูกโจมตีระบบเช็คอิน • เกิดอะไรขึ้น: สนามบินนานาชาติ เช่น Heathrow (สหราชอาณาจักร), Brussels (เบลเยียม) และ Berlin (เยอรมนี) ต้องเลื่อนและยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก เนื่องจากระบบเช็คอินและโหลดสัมภาระอัตโนมัติที่พึ่งพา Collins Aerospace ถูกโจมตี • ผลกระทบ: ผู้โดยสารนับหมื่นติดค้าง ระบบสนามบินแทบเป็นอัมพาต ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชื่อเสียงมหาศาล • ทำไมถึงน่ากลัว: เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า Supply Chain Attack จาก vendor เพียงรายเดียว สามารถสร้างผลกระทบระดับภูมิภาคได้ทันที สถานการณ์จริงในไทย เราเองก็ไม่ได้รอดพ้น หลายคนอาจคิดว่า “เรื่องนี้เกิดไกลตัว” แต่ข้อเท็จจริงคือประเทศไทยเองก็ถูกโจมตีแล้ว และไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายสุ่ม แต่เป็น เป้าหมายโดยตรง • Mustang Panda (Hive0154) กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังจากเอเชีย ใช้มัลแวร์ SnakeDisk และ Toneshell9 เจาะเป้าเครื่องในไทยผ่าน USB และไฟล์ปลอมชื่อหน่วยงานรัฐ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “ประเทศไทยคือหนึ่งในเป้าหมายหลัก” • เว็บไซต์รัฐบาลถูก Hack/Deface กระทรวงแรงงานไทยเคยถูกโจมตี เว็บไซต์ถูกเปลี่ยนหน้า ข้อมูลบางส่วนรั่วไหล สะท้อนการขาดการเสริมความปลอดภัยเชิงลึก (Web Application Security Hardening) • หน่วยงานภาครัฐและการศึกษาถูกโจมตี มีรายงานว่าระบบการศึกษาและราชการบางแห่งถูกเจาะ ข้อมูลสำคัญของประชาชนเสี่ยงรั่วสู่ตลาดมืด • ระดับความพร้อมขององค์กรไทยยังต่ำ มีเพียง 7–10% ขององค์กรไทยที่บรรลุระดับ Cybersecurity “mature” ที่เหลือยังอยู่ในสภาพเสี่ยงสูง หากโดนโจมตีเพียงครั้งเดียว ธุรกิจอาจหยุดชะงักได้ทันที ทำไมองค์กรไทยควรตื่นตัว (ด่วน!) 1. Zero-Day ไม่รอใคร ช่องโหว่ถูกใช้โจมตีจริงก่อนที่จะมีการปล่อย patch และระบบของคุณอาจกลายเป็นประตูหลังโดยไม่รู้ตัว 2. Supply Chain Attack ร้ายแรงกว่าที่คิด Vendor หรือ partner เพียงรายเดียวโดนเจาะ ก็สามารถทำให้องค์กรคุณล่มได้ทันที แม้คุณจะไม่ได้โดนโจมตีโดยตรง 3. ผลกระทบแบบโดมิโน การหยุดชะงักของระบบ IT นำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจ การสูญเสียรายได้ ความเสียหายชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของลูกค้า 4. องค์กรไทยยังเปราะบาง หลายองค์กรยังพึ่งพาระบบเดิม ๆ ไม่มี SOC 24/7, ไม่ได้ซ้อมแผน DR/BCP และไม่มีงบประมาณสำหรับ Cybersecurity ที่เพียงพอ ทางรอดเดียวคือการ “เตรียมพร้อม” 1. Patch & Update อย่างวินัยเหล็ก • บังคับใช้นโยบายการอัปเดตอัตโนมัติของ Browser, OS, และ Application • ใช้ Central Patch Management เพื่อตรวจสอบ endpoint ทุกเครื่อง 2. Zero Trust Security Architecture • ใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) ทุกระบบสำคัญ • ลดสิทธิ์การเข้าถึง (Least Privilege) ไม่มีใครควรได้สิทธิ์มากเกินจำเป็น 3. Vendor Risk Management • ตรวจสอบ vendor/partner ให้มีมาตรฐาน ISO27001 / SOC2 • กำหนด SLA สำหรับ Incident Response ที่ชัดเจน ต้องแจ้งเหตุในไม่กี่ชั่วโมง 4. Business Continuity & Backup Plan • ซ้อม Disaster Recovery Drill อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง • มี fallback เช่น manual process หรือ offline system สำหรับบริการสำคัญ 5. Monitoring & Threat Intelligence • ติดตั้ง SOC / SIEM เพื่อเฝ้าระวัง real-time • ใช้ Threat Intelligence Feed ตรวจจับภัยคุกคามใหม่ ๆ 6. Training & Awareness • จัด Security Awareness Program ให้พนักงานทุกระดับ • ฝึกซ้อมสถานการณ์จริง เช่น Phishing Drill, Ransomware Drill วันนี้คือ “คำเตือน” พรุ่งนี้อาจเป็น “วันของคุณ” Chrome Zero-Day, สนามบินยุโรปถูกโจมตี และกรณี Mustang Panda เจาะเป้าไทย คือ สัญญาณชัดเจนว่าไม่มีใครปลอดภัย • ธุรกิจทั้งองค์กรอาจล่มได้ในไม่กี่ชั่วโมง หากถูกโจมตีไซเบอร์ • ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นอาจใช้เวลาหลายปีในการกู้คืน • องค์กรไทยกำลังถูกเล็งเป็นเป้าหมายโดยตรง ไม่ใช่แค่ผลพลอยได้อีกต่อไป QuickServ ขอเตือนอย่างหนักแน่น: ถึงเวลาที่ทุกองค์กรต้องลงทุนใน Cybersecurity อย่างจริงจัง → วางแผนแบบองค์รวม → ลงทุนในมาตรการที่ได้มาตรฐานสากล → และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในทุกระดับเพราะในโลกไซเบอร์ปัจจุบัน คำถามไม่ใช่ “จะโดนหรือไม่” แต่คือ “เมื่อไหร่จะถึงคิวเรา”